เมนูกุ้งกระเทียม ถึงกับต้องถอดเล็บ

Posted on Nov 28 2015 - 11:41am by แม่ก้อย

นิ้วสองในหนึ่งวันของแม่ก้อย ตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาไม่พ้นเรื่องของลูกๆ เช้าของทุกวัน แม่ก้อยต้องรีบเตรียมอาหารให้ลูกทั้งสองคนให้ครบทั้ง 3 มื้อ พี่ตังเม และน้องจีน ทั้งสองคนเริ่มทานข้าวเช้าประมาณ 07.00 น. ดังนั้นแม่ก้อยต้องทำทุกอย่างเพื่อแข่งกับเวลาค่ะ

เมนูอาหารที่พี่ตังเม และน้องจีนชอบทานมากคือ ข้าวเหนียว จิ้มกุ้งกระเทียมทอดน้ำปลา ฝีมือแม่ก้อยค่ะ โดยที่มีอยู่ครั้งหนึ่งของหลายเดือนที่ผ่านมา แม่ก้อยกำลังทำเมนูอาหารกุ้งกระเทียมทอดน้ำปลาเช่นเดิม ระหว่างกำลังเตรียมกุ้งนั้น แม่ก้อยรู้สึกเจ็บแปลบบริเวณโคนเล็บนิ้วชี้ด้านขวา แล้วก็หายไปสิ่งที่คิดอยู่ในใจคือน่าจะโดนเดือยกุ้งแทงแน่ๆ  แต่ไม่เป็นไรหรอกเลือดไม่ออก เดี๋ยวก็หาย แผลนิดเดียว

จากนั้นมาบริเวณโคนเล็บของแม่ก้อยบวมแดงไม่หายเป็นเวลาติดต่อกันเกือบ 2 เดือน ถึงแม้ว่าจะเป็นแผลที่ไม่ใหญ่ ซึ่งแม่ก้อยก็ทานยาแก้อักเสบ แล้วก็ทาเบตาดีน แต่อาการมันไม่หายสักทีค่ะ ยิ่งกลับรู้สึกเจ็บมากขึ้นในทุกๆ วัน จนกระทั่งทนไม่ไหวแม่ก้อยต้องไปพบคุณหมอ โดยแม่ก้อยคิดว่าคุณหมอน่าจะฉีดยากลุ่มพวกสเตียรอยด์ ที่บริเวณแผลเท่านั้นเอง

“ต้องถอดเล็บ!!” นี่คือคำตอบที่แม่ก้อยได้รับจากคุณหมอ แม่ก้อยนั่งงงไป 3 วินาทีได้

“ถ้าไม่ถอดเล็บได้มั้ยคะ ขอยาฉีดพวกสเตียรอยด์ แทนได้มั้นคะ ฉีดไปที่แผล” แม่ก้อยเริ่มต่อรอง

“ถ้าไม่ถอด ก็กรีดเนื้อบริเวณที่เป็นแผลให้เป็นแผลเปิด แล้วล้างแผลสดทุกวันโดยการล้างแผลต้องเปิดแผลใช้สำลีใส่ยาแล้ว ล้วงล้างแผลด้านในของเนื้อที่เปิดเอาไว้ ซึ่งจะยาก และเจ็บกว่าการล้างแผลเพราะถอดเล็บ” คุณหมออธิบายได้หน้านิ่งมาก

“ค่ะถอดเล็บ แล้วถอดเล็บต้องทำยังไงบ้างคะ” แม่ก้อยไม่ได้เตรียมใจมาก่อนเลยเรื่องถอดเล็บ

“หมอจะฉีดยาชา บริเวณโคนนิ้วชี้ 2 เข็ม ชาแล้วก็ดึงเล็บออกเลย” คุณหมอหน้านิ่งเหมือนเดิม

“แล้วเมื่อเล็บงอกออกมาจะเหมือนเดิมมั้ยคะ” แม่ก้อยกลัวเล็บไม่สวยค่ะ

“เหมือนเดิม” ตอบซะสั้นเชียวค่ะคุณหมอ คงเริ่มรำคาญแม่ก้อยแล้วซิคะ

 

จากนั้นแม่ก้อยเดินออกมาคุณพยาบาลให้ไปรอที่ห้องฉุกเฉิน โอ้โห! ถอดเล็บรอห้องฉุกเฉินเลย แม่ก้อยแอบคิด เหมือนคุณพยาบาาลเท่าทันความคิดของแม่ก้อยช่วยอธิบายว่าในห้องนั้นสามารถทำหัตเวชได้เหมือนกันค่ะ

แม่ก้อยขอทำใจเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ แต่ว่าแม่ก้อยหายไปนานมากกับการเข้าห้องน้ำเพราะมัวแต่พยายามถ่ายรูปมือตัวเองให้ได้มุมที่สวย หารู้ไม่ว่าคุณหมอไปรอที่ห้องนานมากแล้ว พอไปถึงไม่พูดพล่ามทำเพลงจับแม่ก้อยฉีดยาชาที่นิ้วเลยค่ะ แล้วเริ่มลงมือดึงเล็บแบบเบาๆ ก่อนค่ะนิ้ว

ยกแรก ใช้คีมมาคีบที่เล็บแม่ก้อยแล้วขยับดึงไปมาถามว่าเจ็บมั้ย

แม่ก้อยบอกเลยว่าไม่เจ็บแต่รู้สึก ฉะนั้นคุณหมออย่าเพิ่งดึงนะคะ (มันเสียวอันนี้แม่ก้อยแอบคิดในใจ)

ยกสอง คุณหมอเริ่มจะดึง

แม่ก้อยก็ดึงเหมือนกันแต่ดึงมือหดออกมา บอกคุณหมอว่าใจยังไม่พร้อม

ยกสาม คุณหมอลงมือดึงอีกครั้ง

แม่ก้อยบอกคุณหมอ ทำไมยังรู้สึกอยู่คะ ยาชาแล้วหรอ อย่าเพิ่งดึงเลยค่ะ

ยกที่สี่ คุณหมอจับฉีดยาชาเพิ่มเลยค่ะ ฉีดให้อีก 2 เข็ม รวมของเดิมด้วยก็เป็น 4 เข็ม คงเริ่มหมั่นไส และรำคาญแม่ก้อย

คราวนี้แม่ก้อยเหมือนคนไม่มีมือเลยค่ะ ชาแน่นอน คุณหมอดึงได้สำเร็จ ต่อด้วยคุณพยาบาลมาช่วยทำแผล เสร็จจากการถอดเล็บแล้ว นิ้วชี้ของแม่ก้อยบวมเปล่งทั้งนิ้วเหมือนจะแตกเลยค่ะ แม่ก้อยคิดว่าน่าจะเป็นผลค้างเคียงของการฉีดยาชาไปทั้งหมด 4 เข็มในคราวเดียว

สิ่งที่ทรมาณกาย และใจหลังจากการถอดเล็บคือการล้างแผลสดทุกวัน วันแรกที่ล้างแผลแม่ก้อยถึงกับเป็นลม ล้างแผลสดเจ็บมากค่ะ เมื่อเปิดแผลออกมาผ้าก๊อซติดแผลด้วย จากที่ต้องให้คุณพยาบาลช่วยล้างแผล วันต่อมาแม่ก้อยขอล้างแผลเองดีกว่าค่ะ รู้จังหวะของความเจ็บ ความแสบของแผลได้ดีกว่า

ผ่านไป 1 อาทิตย์กลับไปให้คุณหมอดูแผล ปรากฏว่าไม่ผ่านค่ะแผลยังสดอยู่ และไม่แห้งให้ล้างแผลต่อไป และรักษาความสะอาด ห้ามโดนน้ำ ทำให้แม่ก้อยตัดสินใจงดทำอาหารให้ลูกทานสักพักเพื่อแผลที่นิ้วจะได้หาย จากนั้นกลับไปพบกับคุณหมออีกครั้งผ่านค่ะ แผลแห้งแล้ว นิ้วสสาม

สิ่งที่แม่ก้อยกังวลมากเกี่ยวกับการถอดเล็บคือ กลัวว่าเล็บที่ขึ้นมาใหม่จะไม่สวยเหมือนเดิม ผลการพิสูจน์ของแม่ก้อย พิสูจน์ออกมาแล้วว่าเหมือนเดิมค่ะ

 

FacebookTwitterGoogle+LineShare

Leave A Response