วันเกิดของลูก เปรียบเสมือนวันตายของแม่ ตอนที่ 1

Posted on May 28 2016 - 5:13pm by แม่ก้อย

IMG_3577hanad

เมื่อครั้งที่แม่ก้อยยังเป็นเด็กมีจิตนาการความฝันไว้ว่า ถ้าโตขึ้นและได้แต่งงานมีครอบครัว แม่ก้อยอยากจะมีลูก 6 คน ขอเป็นหญิง และชาย ฝ่ายละ 3 คน แม่ก้อยชอบให้ครอบครัวคึกคัก อบอุ่น และอบอวนไปด้วยบรรยากาศของคำว่าครอบครัว พี่-น้อง, พ่อ-แม่ สุดท้ายความฝันของแม่ก้อยก็มาได้ไกลเกินจริง เพราะแม่ก้อยตั้งท้องมาถึง 7 ท้อง เชียวค่ะ

ใน 7 ท้องนี้แม่ก้อยแท้งทั้งหมด 4 ครั้ง และคลอดลูกมาแล้ว  3 ท้อง คือน้องชมพู่ ซึ่งเป็นลูกคนแรกของแม่ก้อย แต่สุดท้ายเราก็ต้องจากกันไปด้วยกฏแห่งวัฏสงสาร จากนั้นแม่ก้อยต้องรอ และใช้ความพยายามเป็นอย่างมากถึงเกือบ 4 ปี จึงมีพี่ตังเมเข้ามาเยียวยาหัวใจ และสุดท้ายตามมาด้วยน้องจีนที่เข้ามาเติมเต็มให้ครอบครัวของแม่ก้อยสมบูรณ์

จากความโชกโชนของการตั้งท้อง คลอดลูก แท้งลูกมาทั้งหมดนี้ ส่งผลให้แม่ก้อยเกือบเอาชีวิตไม่รอดในการคลอดน้องจีน เพราะความบอบช้ำของมดลูกที่แม่ก้อยได้รับ ส่งผลให้แม่ก้อยตกเลือดเมื่อคลอดลูก

ความโชคดีอย่างที่สุดของแม่ก้อยคือ การได้อยู่ในมือของคุณหมอบุญชัย เอื้อไพโรจน์กิจ คุณค่าของการได้อยู่ในมือของอาจารย์หมอระดับเทพ แม่ก้อยเพิ่งมาเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเมื่อต้องมาคลอดน้องจีน นี่เองค่ะ

เคยได้ยินมานานแล้วว่าวันที่ลูกเกิด คือวันตายของแม่ แม่ก้อยไม่คิดเลยว่าจะได้มาพิสูจน์คำพูดนี้ด้วยตัวเอง

ในคอลัมน์ก่อนๆ ที่ผ่านมาแม่ก้อยเคยเขียนเล่าไว้ว่าการคลอดลูก และการแท้งลูกของแม่ก้อยแต่ละท้องไม่เหมือนกันสักท้องเดียว และประสบการณ์การคลอดลูกครั้งสุดท้ายนี้ของแม่ก้อยมันเริ่มรู้สึกใจไม่ดีมาตั้งแต่ตอนเตรียมตัวเข้าห้องผ่าตัดแล้ว

ทุกครั้งที่แม่ก้อยต้องเตรียมตัวเข้าห้องผ่าคลอดในแต่ละท้องที่ผ่านมา แม่ก้อยจะร้องไห้ บ่อน้ำตาแตกมาก ดังนั้นการคลอดน้องจีนครั้งนี้แม่ก้อยตั้งใจไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะไม่ร้องไห้โดยเด็ดขาด และแม่ก้อยก็สามารถทำได้จริงๆ ตามฤกษ์ของการผ่าคลอด แม่ก้อยได้ฤกษ์ในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. แม่ก้อยต้องไปเตรียมตัวตั้งแต่เวลาประมาณ 19.00 น. เมื่อถึงช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่เข็นแม่ก้อยเข้าห้องผ่าตัด และถูกย้ายร่างกายที่อวบอ้วนมานอนหงายอยู่บนเตียง ให้ไฟดวงใหญ่ส่องลงมาทั้งร่าง มันช่างหลอนในความรู้สึกของแม่ก้อยมากนัก แม้ว่าแม่ก้อยจะมีประสบการณ์อันโชกโชนในการเข้าห้องผ่าตัดเพื่อคลอดลูก และขูดมดลูกมา รวมกันแล้วถึง 4 ครั้ง แม่ก้อยก็ยังไม่เคยชินกับสภาพ บรรยากาศ อุปกรณ์ เครื่องมือใดๆ ทั้งสิ้น ถึงแม้ห้องผ่าตัดแห่งนี้จะสวย สะอาด เพลงเพราะเท่าใด แม่ก้อยก็ไม่ชอบอยู่ดีค่ะ

แม่ก้อยได้พบกับวิสัญญีแพทย์ที่ทำหน้าที่ฉีดยาบล็อคหลังให้ค่ะ คุณหมอถามเรื่องส่วนสูง น้ำหนักกันไปตามปกติ และให้คุณพยาบาลช่วยในการจัดท่าที่ทำให้กระดูกไขสันหลังปูดโปนออกมาให้ได้มากที่สุด โดยมีคุณพยาบาลมาช่วยจับตัวของแม่ก้อยให้งอเป็นกุ้งค่ะ การคลอดครั้งนี้แม่ก้อยโดนฉีดยาบล็อคหลังครั้งเดียวผ่านค่ะ ไม่เหมือนครั้งที่ึผ่าคลอดพี่ตังเมหลายครั้งเหลือเกินกว่าจะผ่านมาได้ เสร็จจากการฉีดยาบล็อคหลัง สิ่งที่ต้องรีบทำให้รวดเร็วที่สุดคือ แม่ก้อยต้องรีบกลับมาท่านอนหงายอยู่บนเตียงผ่าตัดค่ะ คุณพยาบาลก็รีบเข้ามาช่วยจัดท่าให้ถูกต้องทันที

ตอนนี้สัญญาณ ความไม่ปกติวิ่งเข้ามาหาแม่ก้อยอย่างรวดเร็ว คือ แม่ก้อยนอนหงายไม่ได้ รู้สึกว่าทรมานมาก หายใจไม่ออก อึดอัดมากๆ รีบหันไปบอกคุณวิสัญญีแพทย์ว่าแม่ก้อยหายใจไม่ออกมันแน่หน้าอกมากค่ะ ช่วยด้วย หนูอยากได้ออกซิเจนค่ะ คุณวิสัญญีแพทย์บอกว่า เป็นเพราะว่าลูกตัวใหญ่ และเมื่อนอนหงายทำให้เด็กไปกดทับเส้นเลือดใหญ่ทำให้เราหายใจไม่ออก และอึดอัด ถ้าผ่าเอาลูกออกมาแล้วก็หาย นาทีนั้นแม่ก้อยทำอะไรไม่ได้เลยค่ะ ได้แต่บอกคุณหมอว่าถ้าผ่าเอาลูกออกมาเรียบร้อยแล้ว แม่ก้อยขอนอนหลับทันทีนะคะ และแม่ก้อยก็พยายามนอนทำสมาธิ และตั้งสติสวดมนต์ค่ะ ระลึกถึงคุณพระคุณเจ้าที่นับถือ และที่สำคัญคือ องค์พระภูมิเทวาเจ้าที่เจ้าทางของโรงพยาบาลที่แม่ก้อยได้ไปกราบไหว้ฝากเนื้อฝากตัวก่อนเข้าห้องคลอดมาเมื่อวานนี้

คราวหน้าแม่ก้อยจะมาเล่าเหตุการณ์ที่แม่ก้อยต้องจำไปตลอดชีวิต และต้องเล่าให้น้องจีนฟังแน่ๆ เมื่อโตขึ้นมาให้เขาได้รู้ว่า วันที่ลูกเกิดคือวันที่แม่ตายได้จริงๆ 

 

 

 

 

FacebookTwitterGoogle+LineShare

Leave A Response