ผู้ชายเป็นหมัน มีลูกได้

Posted on Jul 30 2018 - 6:56pm by แม่ก้อย

IMG_6391เป็นหมัน” วลีเด็ดที่คู่สมรสได้ยินแล้วถึงกับน้ำตาร่วง ความหวังของการมีลูกปิดประตูตายไม่พอ ต้องโบกปูนทับลงไปอีกด้วย แต่แม่ก้อยมีเรื่องจะเล่าให้อ่านค่ะว่า คู่สมรสฝ่ายผู้ชายที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นหมัน ก็ยังสามารถมีโอกาสที่จะมีลูกได้ อาจจะยุ่งยากหน่อย แต่มันสามารถเกิดขึ้นได้จริงค่ะ  งานนี้ต้องช่วยกันและร่วมมือกันทั้งฝ่ายชาย ฝ่ายหญิง และคุณหมอ ยุคสมัยนี้เป็นโลกเหนือธรรมชาติ สุดๆ ค่ะ แม่ก้อยขอใช้คำว่า ไสยศาสตร์เหนือธรรมชาติแล้ว วิทยาศาสตร์ ก็เหนือธรรมชาติไม่แพ้กัน

สิ่งที่เป็นตัวชี้วัดว่าผู้ชายเป็นหมัน มีอะไรบ้างนะ มาอ่านกันค่ะ

  1. เมื่อคุณหมอตรวจแล้วพบว่าไม่มีตัวอสุจิอยู่ในน้ำเชื้อที่หลั่งออกมา อาจสั่งเกตุได้จากน้ำเชื้อที่หลั่งออกมานั้นค่อนข้างใส
  2. ตัวอสุจิมีความสมบูรณ์ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น หัวขาด ตัวหงิกงอ หางไม่ตรง ใจเซาะตายง่าย อสุจิที่สมบูรณ์จะมีลักษณะเหมือนตัวลูกอ๊อด หัวกลม หางแหลม วิธีเดียวที่จะรู้ว่าอสุจิของฝ่ายชายเป็นไปตามเกณฑ์หรือไม่คือ ต้องพบกับคุณหมอแผนกผู้มีบุตรยาก  มันอาจจะดูแปลกๆหน่อยถ้าไปคนเดียวสำหรับผู้ชายที่ยังไม่มีคู่สมรส แต่อย่าได้แคร์ค่ะเรื่องของเรา เราอยากรู้ และแม่ก้อยเชื่อว่าคุณหมอต้องเคยเจอเคส ผู้ชายอยากรู้แบบมาคนเดียวเป็นปกติอยู่แล้ว
  3. ความหนาแน่นของอสุจิในน้ำเชื้อ มีน้อยกว่าเกณฑ์วิธีนี้ก็ต้องอาศัยการตรวจและวินิจฉัยจากคุณหมอเช่นกัน
  4. และสุดท้ายคือ ความเฉื่อยชา ขี้เกียจ ไม่วิ่ง ไม่ว่ายน้ำ บางตัวว่ายน้ำแต่ดันว่ายเป็นวงกลม ไม่ว่ายตรงไปหาไข่ของผู้หญิงแล้วเมื่อไหร่มันจะถึงเส้นชัยได้ผสมกัน แบบนี้ก็ไม่ดีเช่นกัน
  5. สุดท้ายแล้วจากทุกข้อทึ่กล่าวมา ต้องผ่านการตรวจจากคุณหมอโดยใช้น้ำอสุจิสดๆ จากคุณผู้ชายตรวจค่ะ ดังนั้นถ้าเตรียมตัวจะตรวจในเรื่องเหล่านี้ คุณผู้ชายก็ต้องเตรียมตัวสักเล็กน้อย คืองดการหลั่งน้ำเชื้อสัก 2-3 วัน เพื่อวันที่ได้พบกับคุณหมอจะได้ตรวจน้ำเชื้อใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด เพราะถ้าเพิ่งหลั่งน้ำเชื้อมาเมื่อวานนี้ วันที่ไปตรวจก็จะพบแต่ตัวอ่อน ถ้าเก็บไว้นานเกินเป็นอาทิตย์ก็จะพบแต่ตัวแก่ค่ะ

การรักษาแบบง่ายๆ และเบสิกที่สุดคือ คุณหมออาจจ่ายยา หรือแนะนำให้ซื้อยามาทาน ควบคู่กับการออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มปริมาณ และคุณภาพของอสุจิค่ะ บางคนอาจจะทานวิตามิน Z-bec ที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา ควบคู่กับการออกกำลังกาย และพักผ่อนที่เพียงพอก็สามารถเพิ่มตัวอสุจิได้แล้ว แต่ถ้าลองทำวิธีดังกล่าวนี้แล้วยังไม่ได้ผล คุณหมออาจวินิจฉัยให้ทำวิธีการเก็บตัวอสุจิโดยการผ่าตัด วิธีนี้ไม่ใช่วิธีใหม่แต่มีมานานแล้ว ผู้ชายหลายคนก็เคยทำและประสบความสำเร็จมาแล้ว มันก็จะเสียวๆหน่อย ถ้าใครกลัวมากก็สามารถขอวางยาสลบ แทนการฉีดยาชาได้ค่ะ  ดังนั้นจิตใจต้องเข้มแข็ง อย่าจิตตก ถ้าอยากมีลูกอย่าได้กลัวค่ะ ฝ่ายหญิงเจ็บตัวตอนคลอดลูกมากกว่าหลายเท่าค่ะ เรามาอ่านกันค่ะว่าคุณหมอทำอะไรได้บ้าง

แต่ว่าก่อนจะอ่านกัน แม่ก้อยขอให้ตั้งสติสักนิดนึงค่ะ อ่านทีละคำอย่างช้าๆ อย่ารีบอ่านเร็วเพราะมันจะงง และไม่รู้ว่ามันแตกต่างกันตรงไหนบ้าง และแม้แต่ชื่อ ก็มีความคล้ายกันมากจริงๆค่ะ  ว่าแล้วก็มาดูกันเลย ขั้นตอนการนำอสุจิออกมาจากคุณผู้ชายที่เป็นหมันทำอย่างไรได้บ้าง

แบบที่ 1 เรียกว่าวิธี PESA (Percutaneous Epididymal Sperm Aspiration) คือ การใช้เข็มแทงผ่านผิวหนังบริเวณอัณฑะเข้าไปในท่อพักน้ำเชื้อ แล้วดูดตัวอสุจิออกมา โอ้วววว ว้าวววว อะเมซิ่ง

แบบที่ 2 เรียกว่าวิธี TESA (Testicular Sperm Aspiration) คือ การใช้เข็มแทงผ่านผิวหนังบริเวณอัณฑะเข้าไปในลูกอัณฑะ แล้วดูดตัวอสุจิออกมา วิธีนี้แตกต่างจาก PESA ตรงที่ตำแหน่งที่เจาะเข้าไปแล้วดูดอสุจิออกมาค่ะ

แบบที่ 3 เรียกว่าวิธี MESA (Microsurgical Epiddymal Sperm Aspiration) คือ การผ่าตัดเข้าไปหาท่อพักน้ำเชื้อส่วน epididymis แล้วจึงใช้เข็มแทงเข้าไป และดูดตัวอสุจิออกมา

แบบที่ 4 เรียกว่าวิธี TESE (Testicular Epididymal Sperm Extraction) คือการผ่าตัดเอาเนื้ออัณฑะออกมาเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วแยกตัวอสุจิที่อยู่ในเนื้ออัณฑะออกมา แบบนี้คือ ใช้เข็มแทงเข้าไปไม่พอต้องยกระดับมาเป็นการลงมีดหมอ ผ่าตัดเอาชิ้นเนื้ออัณฑะออกมาตรวจหาอสุจิ ปกติแล้วจะมีตัวอสุจิหลงวนเวียนอยู่ในเนืออัณฑะ

ครั้งแรกที่แม่ก้อยได้อ่านยอมรับว่ามึนค่ะ อะไรเนี่ยเกิดมาไม่เคยรู้เลยว่ามีอะไรแบบนี้ด้วย อ่านรอบที่สองก็ยังไม่เข้าใจเหมือนเดิม ก่อนจะอ่านรอบที่สาม ตั้งสติก่อนสัก 1 นาที แล้วค่อยๆ อ่านไปทีละตัว เลยพอจะจับใจความและความแตกต่างได้ว่า

  1. วิธีการที่นำอสุจิออกมาจากตัวคุณผู้ชายมีได้ 2 ทาง คือใช้เข็มเจาะ่แทงเข้าไป กับการใช้มีดผ่าตัด
  2. อสุจิสามารถควานหาได้ที่ท่อน้ำเขื้อ หรือ เนื้ออัณฑะ แล้วแต่ว่าคุณหมอจะวินิจฉัยอย่างไร

ทีนี้เมื่อคุณหมอหาอสุจิได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว Step ต่อไปขออธิบายแบบคร่าวๆ คือการนำอสุจิมาผสมกับไข่ของฝ่ายหญิง ในที่นี้ขอข้ามขั้นตอนการเก็บไข่ไปนะคะ การผสมลักษณะนี้เป็นการทำเด็กหลอดแก้ว ซึ่งมีชื่อที่คุ้นหูกันกว่า ICSI  และ IVF ทั้ง 2 แบบมีความแตกต่างกันอย่างไร บ้างนั้นมาอ่านกันค่ะ

  • ICSI ใช้กรณีตัวอสุจิฝ่ายชายที่คุณหมอสามารถเก็บได้มีน้อย   เมื่อได้มาแล้วนักเทคนิคการแพทย์จะช่วยผสมอสุจิกับไข่ โดยการใช้เข็มดูดอสุจิมาเพียงแค่ 1 ตัว แล้วเจาะไปในเซลล์ไข่ทีละใบ เพื่อให้อสุจิ และไข่ผสมกัน นักเทคนิคการแพทย์ก็จะคอยเฝ้าฟูมฟัก ดูแล การผสมนี้ว่ามีการแบ่งเซลล์ของตัวอ่อนได้ตามมาตรฐานของระยะเวลาที่มีการผสมหรือไม่ ถ้ามีการแบ่งเซลล์กันได้ดีโอกาส ของความสำเร็จก็จะมีมากตาม เมื่อได้เวลาที่เหมาะสมคุณหมอก็จะทำการย้ายไข่ที่ถูกผสมนี้ไปวางไว้ในโพรงมดลูกของฝ่ายหญิง เพื่ออุ้มท้องต่อไปค่ะ วิธีนี้ แม้ฝ่ายชายจะมีอสุจิจำนวนที่น้อย แต่ขอเพียงแค่ 1 ตัวที่แข็งแรง ก็มีโอกาสมีลูกเป็นของตัวเองได้ ดังนั้น สู้โว้ย! วิธีนี้แม่ก้อยขอเรียกว่า “วิธีคลุมถุงชน”
  • IVF  ใช้กรณีตัวอสุจิฝ่ายชายมีมากพอ โดยนักเทคนิคการแพทย์ จะนำไข่ของฝ่ายหญิงมาไว้ที่จานเพาะเชื้อ และปล่อยอสุจิจำนวนมากลงไป เพื่อให้ว่ายเข้าไปเจาะและผสมกับไข่ด้วยตัวเอง จากนั้นก็เลี้ยงต่อไปให้ได้ระยะที่เหมาะสม และการแตกตัวของเซลล์ได้ดี ก่อนนำกลับไปใส่ในโพรงมดลูกของฝ่ายหญิงต่อไป วิธีนี้แม่ก้อยขอเรียกว่า “วิธีแม่สื่อ”

จากทั้งหมดที่เขียนมาแม่ก้อยรู้ว่ามันยาก แต่ยากแล้วไม่ใช่ว่ามันจะทำไม่ได้นี่ค่ะ ฝ่ายชายที่เป็นหมันนอกจากจะต้องผ่านด่านเสียว และเจ็บตัวแล้ว ฝ่ายหญิงที่เป็นคู่สมรส ก็ต้องเจ็บตัวไม่ได้น้อยกว่ากัน นี่ยังไม่รวมถึงตอนคลอดลูกนะคะ สิ่งที่ช่วยให้กระบวนการทั้งหลายผ่านพ้นไปได้ดีและสำเร็จแล้ว นอกจากปัจจัยของเงินทุน อีกสิ่งที่สำคัญมากไม่แพ้กันคือจิตใจ ขอให้ทุกคู่ที่ตัดสินใจเดินทางในด้านนี้ มีความเห็นอกเห็นใจในแต่ละฝ่ายซึ่งกันและกัน เมื่อใดที่ใครคนหนึ่งจิตตก อีกคนสามารถพยุงจิตคนนั้นให้ขึ้นมาได้ค่ะ การกอด และการพูดคุย ให้กำลังใจมันช่วยสร้างพลังได้มากค่ะ เมื่อลงมือตัดสินใจก้าวทางนี้แล้วผลลัพธ์เป็นเช่นไร ไม่สำคัญเท่าที่เราทำดีที่สุดแล้วค่ะ การมีลูกไม่ใช่ทุกสิ่ง และไม่ใช่ตัวการันตีว่ามีความสุข  ความสุขอยู่ที่ใจ และรอบตัวคุณค่ะ ขอให้ทุกคนพบความสุขของตัวเองนะคะ

 

FacebookTwitterGoogle+LineShare

Leave A Response