ท้องแรกของแม่ก้อย ที่สุดของการสูญเสีย

Posted on Jul 26 2015 - 12:02pm by แม่ก้อย

การผ่าคลอดสำหรับลูกคนแรกของแม่ก้อยผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ลูกคนแรกของแม่ก้อยเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก น้ำหนักตัวเมื่อแรกเกิด 2,980 กรัม แม่ก้อยตั้งชื่อว่าน้องชมพู่ค่ะ ช่วงเวลานั้นความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กของแม่ก้อยเรียกได้ว่าแทบจะเป็นศูนย์ ถึงแม้ว่าจะเตรียมหนังสือคู่มือการเลี้ยงเด็กขวบปีแรกไว้แล้ว แต่สุดท้ายก็เป็นได้แค่แนวทาง สิ่งสำคัญสำหรับการเลี้ยงเด็กคือ การเรียนรู้ซึงกันและกัน ระหว่างคุณแม่ และลูกน้อย ต่างคนต่างเรียนรู้ และปรับตัวเข้าหากันเอง ระยะเวลาในการเรียนรู้ในช่วง 2 อาทิตย์ ถึง 1 เดือนแรกนี้ค่อนข้างยากลำบากสักหน่อยสำหรับคนทั้งคู่ หลังจากนั้นการเลี้ยงเด็กจะง่ายขึ้นเรื่อยๆ เช่น คุณแม่จะเข้าใจลูกน้อยได้มากขึ้นว่าการร้องไห้ของลูกน้อยลักษณะแบบไหน หมายถึงลูกน้อยต้องการอะไร

IMG_1258

แม่ก้อยพักอยู่ที่โรงพยาบาลทั้งหมด 4 วัน 3คืน ก็กลับมาบ้าน แผนแรกที่เตรียมไว้คือคุณยาย (คุณแม่ของแม่ก้อยค่ะ) จะช่วยเลี้ยงหลาน และแนะนำการเลี้ยงลูกให้กับแม่ก้อยด้วย แต่ในช่วงเวลานั้นคุณยายไม่สบายเป็นไข้หวัด และกลัวหลานจะติดไข้หวัดกับคุณยายด้วย ดังนั้น 2 อาทิตย์แรกตั้งแต่พาน้องชมพู่กลับจากโรงพยาบาล แม่ก้อย และพี่ใหญ่ ต้องช่วยกันเป็นอย่างมาก สภาวะของอารมณ์ จิตใจ และร่างกายของเราทั้งคู่ตอนนั้นคือเครียดมาก และเหนื่อยมาก เนื่องจากเลี้ยงลูกกันไม่เป็น คุณยายมาช่วยได้ก็ต้องอยู่ห่างๆ ให้คำแนะนำ และให้กำลังใจ ตอนนั้นแม่ก้อยเลี้ยงลูกไปร้องไห้ไปด้วยเลยค่ะ ลูกร้องแม่ก็ร้องด้วย

สุดท้ายเราทุกคนก็ผ่านกันมาได้ทุกวันเวลาที่ผ่านไป สถานการณ์ก็ดีขึ้นเป็นลำดับ เพราะทั้งแม่ และลูกเริ่มมีการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ลูกสาวของแม่คนนี้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงมากค่ะ ไม่เคยเจ็บป่วยใดๆ จนมาวันหนึ่งเมื่อน้องชมพู่อายุได้10 เดือน สายฟ้าก็ฟาดลงมาบนครอบครัวของเรา น้องชมพู่มีอาการตัวร้อน และมีผื่นแดงๆ ที่ร่างกาย ทั้งใบหน้า ลำตัว และแขนขา แม่ก้อยรีบพาไปพบหมอเด็กทันที ได้ยามารับประทาน และต้องเช็ดตัวตลอดเวลา แต่ก็ไม่ได้ทำให้น้องชมพู่มีอาการดีขึ้น ไข้ยังคงสูง และเริ่มซึม  แม่ก้อยพากลับไปพบคุณหมออีกครั้ง คราวนี้คุณหมอรีบแอดมิทน้องชมพู่ทันที

คุณหมอพยายามหาสาเหตุอาการป่วยของน้องชมพู่ อยู่หลายวัน เจาะเลือด เพาะเชื้อ ให้ยาลดไข้สำหรับไข้สูง อาการของน้องชมพู่ก็ไม่ดีขึ้น มีแต่ทรุดลง สุดท้ายต้องส่งตัวน้องชมพู่ไปโรงพยาบาลจุฬาฯ แม่ก้อยเป็นคนอุ้มน้องชมพู่ให้นอนบนตัวของแม่ก้อย อยู่บนรถพยาบาลฉุกเฉินเพื่อเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬา และครั้งนั้นคือครั้งสุดท้ายที่แม่ก้อยได้อุ้มน้องชมพู่ ดวงใจของแม่

คุณหมอที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ใช้เวลาอยู่ 2 วันในการหาสาเหตุการไม่สบายของน้องชมพู่ สุดท้ายก็รู้ว่าน้องชมพู่ป่วยด้วยโรคลูคิเมีย แบบเฉียบพลัน ชนิดร้ายแรง และเป็นในเด็กเล็กมากยิ่งทำให้โรคร้ายแรงมากขึ้น ช่วงเวลาที่น้องชมพู่ไม่สบายและรักษาตัว แม่ก้อย และพี่ใหญ่ไม่มีใครไปทำงานทุกคนคอยเฝ้าดูและติดตามการรักษาอยู่ตลอดเวลา   แม่ก้อย และพี่ใหญ่ไม่มีใครได้กลับมานอนบ้าน เราสองคนนอนที่ห้องพักผู้ป่วยที่น้องชมพู่ใช้สิทธิ์ในการรักษา โดยตัวน้องชมพู่นอนอยู่ที่ห้อง ICU

ช่วงเวลานั้นสิ่งที่แม่ก้อยกับพี่ใหญ่ทำได้คือการทำบุญ และแม่ก้อยก็นั่งสมาธิทุกวันเพื่ออุทิศบุญให้กับน้องชมพู่ให้เขามีพลังในการต่อสู้กับโรคร้ายนี้ แล้วเช้าวันหนึ่งแม่ก้อยก็ฝันว่าฟันของแม่ก้อยร่วงเกือบหมดปาก เมื่อตื่นขึ้นมาแม่ก้อยได้รับโทรศัพท์จากห้อง ICU ว่าน้องชมพู่ไม่ไหวแล้ว…  ระยะเวลาทั้งหมด 14 วันที่น้องชมพู่ต่อสู้กับโรคลูคิเมีย ลูกแม่เก่งมากค่ะ นางฟ้าตัวน้อยของแม่ก้อย

ความโชคดีที่สุดในชีวิตของแม่ก้อยคือ การเข้าใจในกฏแห่งกรรม แม่ก้อยเริ่มเข้าใจ และปฏิบัติธรรมมาได้ระยะหนึ่งก่อนจะแต่งงานและมีลูก ทำให้แม่ก้อยเข้าใจในเรื่องของการ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป แม่ก้อยเสียใจแต่ไม่ฟูมฟาย แม่ก้อยเข้าใจในวงจรชีวิต และแม่ก้อยมองโลกอย่าง Positive Thinking มองไปข้างหน้าอะไรที่ผ่านมาแล้วให้ผ่านไป สิ่งที่แม่ก้อยทำได้ และควรจะทำคืออะไรให้ทำในสิ่งนั้น และที่สำคัญที่สุดคือต้องยอมรับให้ได้ในสิ่งที่เป็น และเกิดขึ้น

นับจากการสูญเสียน้องชมพู่ไปในครั้งนี้ แม่ก้อยยังต้องฝ่าฟันอุปสรรคจากการแท้งลูกติดต่อกันถึง 4 ครั้ง กว่าจะได้พบกับพี่ตังเม และน้องจีน แม่ก้อยเคยท้อบางครั้ง แต่ไม่เคยคิดจะถอยเลยค่ะ เพราะแม่ก้อยเชื่อว่าตัวเองสามารถมีลูกที่แข็งแรงได้แน่นอน

 

FacebookTwitterGoogle+LineShare

Leave A Response