คลอดลูกครั้งที่ 2 กับการท้องครั้งที่ 6 ของแม่ก้อย ตอนที่ 1

Posted on Jan 30 2016 - 8:33pm by แม่ก้อย

จำได้มั้ยค่ะที่แม่ก้อยมักจะเขียนอยู่ในคอลัมน์ต่างๆ เสมอว่า แม่ก้อยมั่นใจว่าตัวเองสามารถมีลูกได้ ถึงแม้ว่าจะท้องแล้วแท้ง ๆ วนไปวนมาอย่างนี้ถึง 4 ครั้ง ที่สุดแล้วแม่ก้อยก็ทำได้สำเร็จค่ะ ปี 2555 เป็นปีมังกร พอดี แม่ก้อยก็ได้คลอดลูกคนที่ 2 อย่างสมใจ

IMG_3577hanad

ว่าไปแล้วสภาพการตั้งท้องครั้งที่ 6 ของแม่ก้อยนี้เหมือนกับหนังคนละม้วนกับการตั้งท้องที่ 1-5 เลยค่ะ ท้องที่ 6 นี้แม่ก้อยตั้งท้องอย่างมีความสุข ไม่มีเลือดออกมาให้ต้องช้ำใจ หวาดระแวงใดๆ ทั้งสิ้น ในช่วงระยะเวลาของการตั้งท้องตั้งแต่เดือนที่ 1-3 นี้ แม่ก้อยยังอยู่ในความดูแลอย่างดีของคุณหมอทรงเกียรติ ซึ่งคุณหมอยังคงให้ยาทาน ยาฉีด และยาเหน็บกับแม่ก้อยอย่างเต็มอัตราศึกค่ะ เพราะประวัติการแท้งลูกของแม่ก้อยโชคโชนเหลือเกิน ดังนั้นทุกสิ่งอย่างต้องป้องกันไว้ก่อน

ส่วนในเรื่องของการฝังเข็ม และทานยาจีน แม่ก้อยหยุดตั้งแต่รู้ตัวว่าท้องแล้วค่ะ ตามคำแนะนำของซินแสทั้ง 2 ท่าน

เมื่อแม่ก้อยตั้งท้องจนครบ 12 สัปดาห์แล้วคุณหมอทรงเกียรติ ส่งแม่ก้อยให้ไปอยู่ในความดูแลของคุณหมอบุญชัยต่อไปค่ะ มีอยู่ 2 เหตุผลคือ แม่ก้อยเคยคลอดลูกคนแรกกับคุณหมอ (จำได้มั้ยค่ะ น้องชมพู่ที่แม่ก้อยเคยเขียนถึงมาแล้วในคอลัมน์แรกๆ) และ แม่ก้อยขูดมดลูกกับคุณหมอบุญชัยมาแล้ว 2 ครั้ง ดังนั้นในการฝากท้องครรภ์นี้ก็ต้องเป็นคุณหมอบุญชัยอีกเช่นเดิม

ขณะที่แม่ก้อยตั้งท้องที่ 6 นี้ แม่ก้อยอายุ 36 แล้วค่ะ ถ้าครบกำหนดคลอดก็ 37 พอดี ดังนั้นแม่ก้อยควรเจาะน้ำคร่ำอย่างแน่นอน แต่ประวัติส่วนตัวของแม่ก้อยในเรื่องการแท้งลูก ทำให้คุณหมอแนะนำว่าแม่ก้อยไม่สมควรใช้วิธีการตรวจดูสภาพของเด็กในท้องด้วยการเจาะน้ำคร่ำ วิธีที่คุณหมอแนะนำคือ NIFTY (Non-Invasive Fetal TrisomY test) เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้ในการตรวจกรองหาลักษณะความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์มารดา โดยผ่านการตรวจจากเลือดของมารดาค่ะ (ซึ่งในคราวหน้าแม่ก้อยจะเขียนอธิบายถึงเรื่อง NIFTY นะคะ)

แม่ก้อยเป็นคุณแม่ยุคแรกๆ ของประเทศไทย ที่ใช้วิธีการตรวจ NIFTY ซึ่งค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 23,000 บาท สิ่งที่ตรวจจะเป็นเรื่องของการจับคู่ โครโมโซมเท่านั้น จะไม่รวมถึงการตรวจเพศของลูกด้วยค่ะ นั้นคือครั้งแรกที่แม่ก้อยใช้วิธี NIFTY ในการตรวจ

แต่ผ่านมาอีกประมาณ 2 ปี แม่ก้อยตั้งท้องน้องจีนและทำใช้วิธีการตรวจด้วย NIFTY เช่นเดิม ซึ่งค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมค่ะ แต่สิ่งที่ได้เพิ่มเข้ามาคือการทราบผลของเพศลูกด้วย

ระยะเวลาในการรอคอยผลการตรวจ NIFTY ของแม่ก้อยในสมัยนั้นใช้เวลาประมาณ 3-4 อาทิตย์ เพราะ LAB ที่ใช้ในการตรวจไม่ได้อยู่ที่เมื่องไทย ดังนั้นช่วงเวลาของการรอคอยนี้แม่ก้อย และพี่ใหญ่ค่อนข้างตื่นเต้นมากพอสมควร ทั้งๆ ที่ตัวแม่ก้อยเองก็ค่อนข้างมั่นใจว่าผลเป็นปกติ ครั้งแรกของการตรวจ NIFTY แม่ก้อยเจาะเลือดที่ นวบุตร และหลังจากนั้น นวบุตรเป็นผู้ดำเนินการให้ทั้งหมด เมื่อผลออกมาเป็นปกติสิ่งที่แม่ก้อยทำหลังจากนั้นคือ การควบคุมน้ำหนักของตัวเองให้อยู่ในเกณฑ์ที่ควรจะเป็น คุณหมอบุญชัยแนะนำว่า น้ำหนักทั้งหมดที่ขึ้นมาจนถึงตอนคลอดไม่ควรเกิน 12 กิโลกรัม ซึ่งแม่ก้อยก็ทำได้พอดี

ก่อนคลอดแม่ก้อยเตรียมหาฤกษ์ในการคลอดลูกไว้ด้วยค่ะ หาไว้ก่อนสักประมาณ 1 เดือนก่อนครบกำหนดที่จะคลอดได้ เริ่มแรกเลยคือถามคุณหมอก่อนว่าอายุครรภ์ตั้งแต่เท่าไหร่ที่แม่ก้อยจะสามารถผ่าคลอดได้ เมื่อทราบแล้วว่าตั้งแต่วันที่เท่าไหร่เป็นต้นไป ก็ถึงช่วงเวลาของการหาฤกษ์คลอด แม่ก้อยและพี่ใหญ่ให้ซินแซจีนท่านหนึ่งเป็นคนดูฤกษ์ให้ค่ะ เมื่อได้ฤกษ์คลอดมาแล้วแม่ก้อยก็เฝ้ารอนับวันที่จะได้เจอกับพี่ตังเม

จะเป็นด้วยเหตุผลใดก็ตามวันที่แม่ก้อยครบกำหนดของฤกษ์คลอดแม่ก้อยเจ็บท้องคลอดลูกค่ะ แม่ก้อยมีฤกษ์ผ่าคลอดช่วงเช้า และไปแอดมิทรอที่โรงพยาบาลก่อนวันนัดผ่าคลอด 1 วัน ตั้งแต่เวลา 22.00 เป็นต้นไป แต่เมื่อถึงเวลา 24.00 น. แม่ก้อยมีอาการปวดท้องคลอดแล้วค่ะ ตอนแรกแม่ก้อยไม่เคยรู้จักมาก่อนว่าอาการปวดท้องคลอดลูกเป็นยังไง มีแต่เคยอ่าน และเคยฟังจากคำบอกเล่าของคนอื่น คราวนี้มาเจอกับตัวเองบอกเลยค่ะว่า ซึ้งมากมันเป็นไปตามคำบอกเล่าทุกประการ เริ่มต้นจากแม่ก้อยปวดท้อง และท้องแข็งเกรงเป็นระยะๆ ห่างกันทุกครึ่งชั่วโมง ขณะนั้นพี่ใหญ่นอนเฝ้าแม่ก้อยอยู่ด้วยคะ แต่แม่ก้อยยังทนได้ และยังไม่แน่ใจว่าใช่อาการของการเจ็บท้องเตรียมตัวคลอดลูกหรือเปล่า

เวลาเริ่มขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากทุก 30 นาที เป็น 25, 20, 15 แม่ก้อยไม่ไหวแล้วค่ะเรียกพี่ใหญ่ทันที บอกว่าปวดท้องมาก เมื่อเริ่มปวดแต่ละครั้งตัวเกร็ง ท้องเกร็งไปหมด ขยับเขยื่อนร่างกายไม่ได้เลย นอนเอามือกำลูกกรงเหล็กข้างเตียงอย่างเดียว อาการอย่างนี้จะเกิดขึ้นอยู่ประมาณ 2-3 นาทีแล้วจะคลายหายไปค่ะ จากนั้นจะเริ่มต้นเป็นใหม่แบบนี้ไปเรื่อยๆ วนเป็นวงกลม

พี่ใหญ่เรียกคุณพยาบาลมา คุณพยาบาลมาดูอาการของแม่ก้อยใช้มือจับท้อง และจับเวลาตามไปด้วย คุณพยาบาลบอกว่าเป็นสัญญาณเตือนที่แม่ก้อยจะคลอดลูกแล้ว แม่ก้อยบอกไว้ตรงนี้เลยค่ะว่าทรมานมาก และเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับอาการปวดท้องเพราะการแท้งลูกของแม่ก้อยในครั้งแรกนั้น ความปวดและทรมาณต่างกันลิบลับเลยค่ะ 

ตอนนี้แม่ก้อยขอนอนทรมาณปวดท้องคลอดไปก่อนนะคะ คอลัมน์หน้าตอนที่ 2 แม่ก้อยจะมาเล่าให้อ่านกันจนถึงช่วงเวลาของการได้เห็นหน้าพี่ตังเมครั้งแรกเลยค่ะ 

 

FacebookTwitterGoogle+LineShare

Leave A Response