คลอดลูกครั้งที่ 2 กับการท้องครั้งที่ 6 ของแม่ก้อย ตอนที่ 2

Posted on Feb 3 2016 - 8:55pm by แม่ก้อย

ตอนที่ 1 จบลงที่แม่ก้อยทรมาณจากการปวดท้องคลอดลูก จนกระทั่งความถี่ในการปวดท้อง และท้องเกร็ง มาอยู่ที่ทุกๆ 2 นาที เวลาขณะนั้นตีสามกว่าๆ ได้ค่ะ ซึ่งแม่ก้อยไม่สามารถหลับลงได้เลยทั้งคืนแม้แต่วินาทีเดียวมันปวดมาก จนแม่ก้อยแอบคิดว่าไม่ขอรอฤกษ์พรุ่งนี้แล้วได้ไหม ขอผ่าคลอดคืนนี้ ตอนนี้เลยได้ไหม

hand

คุณพยาบาลตามคุณหมอเวรมาตรวจแม่ก้อยค่ะ ว่าปากมดลูกเปิดแล้วหรือยัง เพราะว่าเริ่มปวดท้องถี่ขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่นานคุณหมอก็เดินหน้ายับยู่ยี่เข้ามาหาแม่ก้อยที่หน้ายับยู่ยี่พอๆ กัน คนหนึ่งหน้ายับยู่ยี่เพราะถูกปลุกจากการนอน แต่อีกคนหน้ายับยู่ยี่เพราะไม่ได้นอนเลย

จากนั้นคุณหมอตรวจที่ท้องของแม่ก้อยจับที่ท้อง และจับเวลาตามไปด้วยเหมือนกับที่คุณพยาบาลทำในตอนแรก แล้วคุณหมอก็ขอตรวจปากมดลูกของแม่ก้อยด้วยการใช้นิ้วมือด้านขวาสอดผ่านช่องคลอด และมือด้านซ้ายกดที่หน้าท้องแม่ก้อยด้วย แม่ก้อยรู้สึกเจ็บค่ะ แต่ความรู้สึกนั้นก็ถูกกลบด้วยอาการปวดท้องคลอด ผลสรุปคือปากมดลูกยังไม่เปิดค่ะ แม่ก้อยคงยังไม่คลอดเองแน่ๆ ในตอนนี้ ดังนั้นน่าจะรอให้ถึงฤกษ์คลอดลูกในตอนเช้า และผ่าคลอดกับคุณหมอบุญชัยได้

สุดท้ายแม่ก้อยก็นอนปวดท้องคลอดทุกๆ 2 นาที โดยที่ปากมดลูกยังไม่เปิด และไม่มีเลือดใดๆ ไหลออกมาเลยค่ะ จนกระทั่งได้เวลาเตรียมตัวเพื่อผ่าตัดเข้าห้องคลอด

อธิบายเพื่อให้เห็นภาพนิดนึงนะคะ เมื่อได้เวลาอันสมควรแล้ว คุณน้องผู้ช่วยพยาบาลจะมาทำความสะอาดบริเวณท้องน้อย และจัดการกับทุ่งหญ้าน้อยของแม่ก้อยค่ะ ซึ่งจริงๆแล้วเป็นการจัดการไถออกด้วยปัตตาเลี่ยนเพียงบางส่วนเท่านั้นเอง และสิ่งสุดท้ายที่ต้องทำคือการสวนก้นเพื่อให้แม่ก้อยถ่ายท้องออกให้หมดไส้หมดพุง โดยการคลอดครั้งที่ 2 นี้ แม่ก้อยถูกสวนก้นเหมือนกับการดีท็อคค่ะ มีถุงคล้ายถุงน้ำเกลือ และแท่งยางสำหรับใส่เข้าไปในรูก้น ไม่เหมือนกับการคลอดครั้งแรก ที่แม่ก้อยถูกสวนก้นด้วยลูกยาง (หน้าตาเหมือนที่ดูดน้ำมูกเด็ก) อาจจะเป็นเพราะคลอดคนละโรงพยาบาลกัน อุปกรณ์ตัวช่วยเลยไม่เหมือนกัน แต่ Concept เดียวกันค่ะ

อีกสิ่งหนึ่งที่แม่ก้อยกลัวคืออาการปวดท้องถ่ายที่รุ่นแรง และกลัวจะอดทนรอจนยาสวนก้นเข้าไปหมดไม่ไหว กลัวมันจะพลาดปล่อยออกมากลางเตียงนอนซะก่อน เพราะแม่ก้อยยังจำได้ดีถึงอาการปวดท้องเมื่อโดนสวนก้นเพื่อถ่ายท้องครั้งแรก ครั้งนั้นประตูเมืองของแม่ก้อยเกือบทัดทานไว้ไม่ไหว โชคดีที่ห้องน้ำอยู่ใกล้

เลยแอบถามคุณน้องผู้ช่วยพยาบาลว่า มีใครเคยพลาดไปไม่ถึงดวงดาว เอ้ย! ไม่ใช่ค่ะไปไม่ถึงห้องน้ำบ้างไหม คุณน้องผู้ช่วยพยาบาลตอบว่าเคยมีอยู่บ้างแต่เป็นจำนวนที่น้อยมาก แม่ก้อยแอบคิดในใจ นี่อิฉันจะมาเพิ่มจำนวนให้กับคุณน้องผู้ช่วยพยาบาลคนนี้ไหมนะ

เมื่อคุณน้องผู้ช่วยพยาบาลพร้อม อุปกรณ์พร้อม แม่ก้อยไม่พร้อม แต่ The show ต้อง must go on เสียบ! เลยค่ะคุณน้องผู้ช่วยพยาบาล ระหว่างทางที่ต้องรอให้ถุงน้ำยาถ่ายท้องนี้เดินทางเข้าสู่ร่างกายของแม่ก้อยจนหมดถุง คุณน้องผู้ช่วยพยาบาลบอกว่าถ้าเริ่มแล้วต้องให้จบค่ะ จะมาหยุดกลางทางไม่ได้ ดังนั้นแม่ก้อยได้แต่ถามว่า หมดหรือยังค่ะ ๆ จะไม่ไหวแล้วนะ ทั้งปวดท้องคลอด ทั้งปวดท้อง khee

คำพังเพยที่ว่า ลูกจะออก คนจะKhee มันห้ามไม่ได้ ตอนนี้แม่ก้อยเป็นทั้ง 2 อย่างพร้อมกันเลยค่ะ โอ้ย! สงสารตัวเองเหลือเกิน

“หมดแล้วค่ะ” เสียงจากคุณน้องผู้ช่วยพยาบาล พร้อมกับนำเครื่องมือออกจากก้นแม่ก้อย สุขามันคือสวรรค์จริงๆ แม่ก้อยขอบอกไว้ตรงนี้เลยค่ะว่าการได้ยาถ่ายท้องแบบแม่ก้อย มันมาพร้อมกับอาการปวดท้องมาก เหมือนกับอาการท้องเสียแล้วปวดท้องแบบบิดๆ น่ะค่ะ คราวนี้ถ่ายไปก็กลัวว่าลูกจะออกตามมาด้วยเพราะตัวแม่ก้อยเองก็กำลังปวดท้องคลอดพอดี แม่ก้อยปวดจนงงว่ามันปวดอะไรกันแน่

ใช้เวลาเกือบ ครึ่งชั่วโมงอยู่ในห้องน้ำ มันคงจะหมดไส้หมดพุงแม่ก้อยแล้วจริงๆ แต่นี่คือสิ่งที่ดีมากเพราะเมื่อแม่ก้อยออกจากห้องผ่าตัดแล้วทั้งความเจ็บแผล สายสวนปัสสาวะ สายน้ำเกลือ มันเป็นอุปสรรคมากสำหรับใครสักคนที่ต้องการถ่ายท้อง แต่แม่ก้อยเดาว่าการสวนก้นครั้งนี้คงมีความหมายทางการแพทย์ที่ลึกซึ้งมากกว่าแค่การไม่ให้ถ่ายท้องหลังจากผ่าตัดเท่านั้นน่าจะมีอะไรที่มากกว่านี้

แม่ก้อยตั้งใจว่าจะเขียนให้จบภายในตอนที่ 2 คงไม่จบแล้วค่ะ เอาไว้ต่อตอนที่ 3 คราวหน้านะคะ มัวแต่ไปสาธยายเรื่องการปวดท้องซะเยอะ

FacebookTwitterGoogle+LineShare

Leave A Response